ชีวประวัติ Tony Labat

Tony-Labat-2girl

tonylabat&beer

การที่จะก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงได้ นอกจากเรื่องของความสามารถในเชิงศิลปะที่ติดตัวมาของแต่ละคนหรือที่เรียกกันว่าพรสวรรค์แล้ว เรื่องของแนวความคิดหรือการสร้างสรรค์ที่อยู่ในหัวของแต่ละคนก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้งานศิลปะต่างๆ ออกมาดูน่าสนใจด้วยเช่นเดียวกัน คือถ้าหากเป็นงานแบบเดิมๆ ที่มีคนเคยทำอยู่แล้วต่อให้พยายามทำดีมากขนาดไหนมันก็ยังดูมีข้อเปรียบเทียบอยู่เสมอ แต่ถ้าหากว่าสามารถที่จะสร้างแนวความคิดใหม่ๆ ขึ้นมาได้แม้บางครั้งอาจดูเป็นสิ่งที่คัดค้านกับคนทั่วไปก็ตาม แต่เมื่อผลงานเริ่มเป็นที่นิยมหรือได้รับการยอมรับมากขึ้นมันก็จะเริ่มทำให้คนผู้นั้นกลายเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงขึ้นมาได้ เหมือนกับศิลปินคนหนึ่งที่เขาไม่ได้มีดีแค่เรื่องของการสร้างงานศิลปะเพียงอย่างเดียว แต่เขายังสามารถนำเอาความคิดที่ค่อนข้างแตกต่างมาใส่รวมเอาไว้ในงานศิลปะของเขาด้วย ศิลปินผู้นี้มีชื่อว่า Tony Labat

รู้จักประวัติของ Tony Labat

Tony Labat เกิดในปี ค.ศ. 1951 โดยเขาเป็นศิลปินชาวคิวบาในด้านของการออกแบบมัลติมีเดียและงานที่เกี่ยวข้องการการติดตั้งต่างๆ เขาจบการศึกษาระดับ BFA ในปี 1978 ก่อนที่จะจบหลักสูตร MFA ในปี 1980 ที่ San Francisco Art Institute จากนั้นเขาก็ได้เข้ามาเป็นครูฝึกสอนตั้งแต่ปี 1985 จากนั้นในช่วงเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมาเขาก็ได้พยายามสร้างผลงานระดับโลกขึ้นมามากมายเพื่อให้ทุกคนได้รู้จักชื่อของเขา รวมไปถึงยังพยายามสร้างความแตกต่างให้กับผลงานที่รู้สึกไม่เหมือนกับคนอื่น พยายามพัฒนาผลงานตัวเองให้เป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับเสมอมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกแบบ การแกะรูปต่างๆ รวมไปถึงการติดตั้งงาน ผลงานส่วนใหญ่ของเขาจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของการค้นหาสิ่งต่างๆ ภายในร่างกาย วัฒนธรรมที่เป็นตัวตนในหมู่คนทั่วไป การสร้างค่านิยม ความสัมพันธ์เกี่ยวกับเรื่องของการเมืองและสื่อต่างๆ โดยผลงานของเขาได้ถูกจัดแสดงในหลายๆ นิทรรศการซึ่งเชื่อว่าหลายคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผลงานของเขาค่อนข้างมีชื่อเสียงและโด่งดังมากๆ ก็คือการสร้างผลงานที่เน้นความรู้สึกที่อยู่ในใจลึกๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเป็นจริงในโลกที่โหดร้าย การพยายามทำในสิ่งที่คนทุกคนคิดว่าเขาอยากจะทำแต่ทำไม่ได้

การสร้างงานของเขาบ่อยครั้งจึงดูอาจรุนแรงไปบ้าง แต่นั่นก็แสดงให้เห็นถึงตัวตนในความเป็นคนที่ต้องการนำเสนอสิ่งที่เขารู้สึกว่าจริงๆ แล้วคนเรามีสิ่งเหล่านี้อยู่ในจิตใจของตัวเองอยู่ตลอด ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเลือกนำมาใช้ตอนไหนหรือจะสามารถระงับสิ่งต่างๆ ในใจได้มากน้อยเพียงใด

Categories: Uncategorized